อัพโหลดได้ตัง สน สมัครที่Bannerด้านบนครับ^^ อิอิ

healthy

เปลี่ยนท่าลีลารัก..ให้ร้อนแรง

หลังแต่งงานแล้ว คลังเก็บจินตนาการเรื่องรักใคร่ของใครหลายคน แทนที่ยิ่งนานวันยิ่งเพิ่มพูนใช้ไม่มีหมด บางทีกลับถูกปัดออกจากชีวิต ไปตามปีที่เห็นแก่ความสบายเป็นใหญ่ โดยเฉพาะในเรื่องท่าร่วมรัก (Sex position) พื้นฐานที่ฝรั่งเรียกกันว่า ท่ามิสชันนารี ( ชายเป็นฝ่ายอยู่ด้านบน ) แต่ก็สามารถปรับปรุงขึ้นมาใหม่ได้อย่างแนบเนียน เริ่มด้วยการปรับปรับเปลี่ยน ทัศนคติ ไม่ถึงกับเปลี่ยนมาก เพียงแต่ต้องรู้จักกล้าเปลี่ยน ปรึกษาสามีก่อนก็ได้ ว่าจะทำดีหรือไม่ดี
          ปรุงรสอินเตอร์คอร์ส (Sexual intercourse) : แทนที่จะให้สามีทิ้งน้ำหนักตัวลงเหนือร่างกายคุณ ขณะที่คุณนอนราบ ลองขอให้สามีคุกเข่า ยกลำตัวขึ้น ขณะที่ตัวคุณเองนอนยกขาขึ้นจากพื้น งอเข่า พับขาเข้าหาลำตัว ให้บริเวณ ขาอ่อน  เข้ามาชิดหน้าอก ให้สามีช่วยจับเท้าคุณ เป็นการช่วยพยุงน้ำหนัก ท่านี้ ฝ่ายหญิงจะสามารถเคลื่อนไหว โดยปราศจากน้ำหนักตัวสามีกดลงมาบนตัว   (ข้อได้เปรียบ : การที่เท้าของคุณถูกยึดไว้ระหว่าง อินเตอร์คอร์ส ค่อนข้างเร้าความรู้สึกไปอีกแบบ)

          เทคนิคหมอนหนุน : ถ้าหมอนที่ใช้นิ่มเกินไป อย่าวางไว้ใต้สะโพก จะทำให้ตัวคุณจมยิ่งไปกว่าเดิม ให้วางหมอนไว้ใต้กระเบนเหน็บ จะช่วยยกบริเวณเชิงกรานขึ้นและเปลี่ยนมุมของ การเข้ามา ของฝ่ายชาย ทดสอบกับหมอนหลายๆ ขนาดและความหนา หมอนนุ่มๆ เหมาะสำหรับนอนมากกว่าใช้ในการร่วมรัก
          นั่งในเก้าอี้ : ในการปรับปรุงท่า ผู้หญิงอยู่ด้านบน ขอให้สามีนั่งในเก้าอี้ ภรรยานั่งลงบนตักสามี แผ่นหลังพิงหน้าอกสามีก็ได้ ถ้าเป็นเก้าอี้มีที่วางแขน ภรรยาพักขาไว้บนนั้นก็จะเป็นการช่วยพยุงน้ำหนักตัวคุณ เอง
ทั้งสองวิธีนี้ มือไม้สามีเป็นอิสระที่จะทำอย่างอื่นได้อีก
          เพิ่มชีวิตชีวาตรงขอบเตียง : ขอให้สามียืนขึ้น ขณะที่คุณนอนราบบนเตียงให้สะโพกพาดอยู่ที่ขอบเตียง พักข้อเท้าคุณไว้ที่หัวไหล่เขา ใช้หมอนในคอลเลคชั่นของคุณปรับระดับความสูง (เตียงอาจจะต่ำไป เขาอาจจะเตี้ยเกินไป) หรือวางเท้าของคุณไว้บนพื้นก็ได้

ดังนั้น การปรับเปลี่ยนลีลาง่ายๆ ที่กล่าวมานั้น

สามารถเพิ่มความตื่นเต้นและความเร้าใจให้กันและกันได้อย่างมีความสุข

ที่มา : http://www.naewna.com/gotocolumn.asp?ID=130

สาระน่ารู้ เกี่ยวกับสุขภาพ :: ปวดท้องตรงไหน เราเป็นอะไรกันแน่. .., ? มาดูกัน


Click the image to open in full size.



อาการปวดท้องมักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่ส่วนมากเราจะไม่ค่อยรู้สาเหตุว่าปวดเพราะอะไร ทนได้ก็ทน แค่ถ้าทนไม่ได้ถึงจะกินยาแก้ปวด มูลนิธิหมอชาวบ้านจึงให้คำแนะนำว่า หน้าท้องแข็งเป็นดาน กดแล้วเจ็บ หรือกดแล้วท้องยุบลงไป แต่เจ็บทันทีที่ปล่อยมือ มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระมีสีดำ ปัสสาวะไม่ออกหรือถ่ายเป็นเลือด หน้าซีด เป็นลม ตัวเย็น เหงื่อออก ไม่รู้สึกตัว เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตัวเหลือง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือข้อใดข้อหนึ่ง ต้องรีบไปหาหมอทันที




เราสามารถแบ่งบริเวณที่ปวดท้องได้เป็น 9 ส่วน คือClick the image to open in full size.

Click the image to open in full size. 1. ชายโครงขวา คือ ตับและถุงน้ำดี

อาการที่พบมักจะกดแล้วเจอก้อนแข็งร่วมกับอาการตัวเหล ือง ตาเหลือง ซึ่งสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า อาจเป็นโรคเกี่ยวกับตับหรือถุงน้ำดี เช่น ตับอักเสบ ฝีในตับ ถุงน้ำดีอักเสบ


Click the image to open in full size. 2. ใต้ลิ้นปี่ คือ กระเพาะอาหาร ตับอ่อน ตับ และกระดูกลิ้นปี่

- ปวดเป็นประจำเวลาหิวหรืออิ่ม อาจเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะ

- ปวดรุนแรงร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน อาจเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ

- คลำเจอก้อนเนื้อค่อนข้างแข็งและมีขนาดใหญ่ อาจหมายถึงตับโต

- คลำได้ก้อนสามเหลี่ยมแบนเล็กๆ มักเป็นกระดูกลิ้นปี่


Click the image to open in full size. 3. ชายโครงขวา คือ ม้าม

ซึ่งมักจะคลำเจอก้อนเนื้อบริเวณนี้
Click the image to open in full size. 4. บั้นเอวขวา คือท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่

- ปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติหรือถ่ายเป็นเลือด อาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่อักเสบ

- ปวดร้าวถึงต้นขา อาจเป็นนิ่วในท่อไต

- ปวดร่วมกับปวดหลัง มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น อาจเป็นกรวยไตอักเสบ

- คลำเจอก้อนเนื้อ อาจเป็นไตโตผิดปกติหรือเนื้องอกในลำไส้ใหญ่


Click the image to open in full size. 5. รอบสะดือ คือ ลำไส้เล็ก

มักพบในโรคท้องเดินหรือไส้ติ่งอักเสบ (ก่อนจะย้ายมาปวดท้องน้อยขวา) แต่ถ้าปวดแบบมีลมในท้อง ก็อาจเป็นเพราะกระเพาะลำไส้ทำงานผิดปกติ

Click the image to open in full size. 6. บั้นเอวซ้าย คือ ท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่ (เหมือนข้อ 4)

Click the image to open in full size. 7. ท้องน้อยขวา คือ ไส้ติ่ง ท่อไต และปีกมดลูก

- ปวดเกร็งเป็นระยะ ร้าวมาที่ต้นขา อาจเป็นเพราะมีก้อนนิ่วในกรวยไต

- ปวดเสียดตลอดเวลา กดแล้วเจ็บมาก มักเป็นไส้ติ่งอักเสบ

- ปวดร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น มีตกขาว มักเป็นเพราะปีกมดลูกอักเสบ

- คลำแล้วเจอก้อนเนื้อ อาจเป็นก้อนไส้ติ่งหรือรังไข่ผิดปกติ


Click the image to open in full size. 8. ท้องน้อย คือ กระเพาะปัสสาวะและมดลูก

- ปวดเวลาถ่ายปัสสาวะหรือถ่ายกระปริบกระปรอย มักเป็นเพราะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

- ปวดเกร็งเวลามีประจำเดือน เป็นอาการปวดประจำเดือน แต่ในรายที่ปวดเรื้อรังในหญิงแต่งงานแล้วไม่มีบุตร อาจเป็นเนื้องอกในมดลูก

Click the image to open in full size. 9. ท้องน้อยซ้าย คือ ปีกมดลูกและท่อไต

- ปวดเกร็งเป็นระยะและร้าวมาที่ต้นขา มักเป็นนิ่วในท่อไต

- ปวดร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ตกขาว เป็นเพราะมดลูกอักเสบ

- ปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติ อาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่อักเสบ

- คลำพบก้อนร่วมกับอาการท้องผูกเป็นประจำ อาจเป็นเนื้องอกในลำไส้


edit @ 1 Jun 2009 09:47:57 by picop

    วันนี้กระผมนาย Picop ได้เจอะเจอกับบทความที่น่าสนใจมั้กมาก   ไม่น่าเชื่อเลยว่า แว่นตากันแดด จะสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพ! เอ้ย จริงดิิ เป็นไปได้อย่างไร

 

นอกจากกระเป๋าใบใหญ่ รองเท้าส้นสูงปรี๊ด กางเกงยีนส์สุดฟิต ยังมีแฟชั่นอีกชิ้นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างคาดไม่ถึง “แว่นกันแดด” กรอบสวยที่วางขายอยู่ทั่วไป คุณคิดว่าปลอดภัยต่อดวงตาคุณแล้วหรือไม่

ทุกวันนี้จุดประสงค์ของการสวมแว่นกันแดดเบี่ยงเบนไปกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ ประดับกายหรือให้เข้ากับแฟชั่นเสื้อผ้าเท่านั้น ซึ่งแว่นที่ผลิตจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานจะไม่สามารถป้องกันรังสียูวีไม่ เพียงทำให้การมองภาพผิดเพี้ยน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่รถ ทำให้กล้ามเนื้อตาหรือประสาทตาล้า เกิดอาการข้างเคียง วิงเวียนศีรษะตามมา ที่สำคัญ หากใส่เป็นเวลานานยังเสี่ยงเกิดโรคต้อเนื้อ ต้อลม หรือต้อกระจกได้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแว่นกันแดดที่ใช้ได้มาตรฐานหรือไม่


เช็คคุณภาพแว่น

แว่นกันแดด, การเลือกแว่น
ก่อนซื้อทุกครั้งควรดูใบแจ้งคุณภาพว่าแว่นทำจากวัสดุชนิดใดผู้ที่มีความจำ เป็นต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดจ้า เช่น ขับรถในเวลากลางวัน เล่นกีฬาหรือทำงานกลางเปลวแดด ควรเลือกแว่นกันแดดชนิดโพลาลอยด์ ซึ่งมีส่วนประกอบของโพลาไรซ์เพลต มีคุณสมบัติป้องกันแสงที่สะท้อนผ่านเลนส์ ไม่ทำให้สายตาพร่ามัว ทั้งยังช่วยตัดแสงที่เข้ามากระทบกับดวงตาได้ดีอีกด้วย

ป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้หรือไม่ ดูจากค่า CE บนฉลากที่ทำกับแว่น ตามหลักฐานขององค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ว่า แว่นกันแดดที่ได้มาตรฐานอย่างน้อยต้องสามารถป้องกัน UVA ได้ 95 เปอร์เซนต์ และ UVB 99 เปอร์เซ็นต์

กรองแสงได้กี่เปอร์เซ็นต์ หาก ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความสว่างมาก เช่น นักปีนเขาควรเลือกเลนส์ที่สามารถลดความเข้มแสงได้สูงถึง 97 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการใช้งานทั่วๆไป เช่น การเดินเล่นตามชายหาดหรือขับรถ เลือกเลนส์ที่ตัดแสงได้ 70-90 เปอร์เซ็นต์ ก็นับว่าเพียงพอแล้ว

เลนส์ต้องไม่ทำให้เกิดความบิดเบี้ยวหรือกระจายสีรุ้ง วิธี การตรวจสอบความบิดเบี้ยวทำได้ง่ายๆ โดยการจ้องมองเลนส์ข้างหนึ่งไปยังภาพวัตถุที่เป็นเส้น(เช่น แนวเส้นกระเบื้องปูพื้น) จากนั้นขยับแว่นช้าๆ เลนส์ที่ดีต้องไม่ทำให้เส้นตรงนั้นเปลี่ยนเป็นคดงอในขณะขยับแว่น



เลือกสีเลนส์ให้เหมาะ

เลนส์สีชา น้ำตาล หรือเทา ไม่ เพียงเหมาะสวมใส่ในสภาพแดดจ้า โดยเฉพาะแดดชายทะเลหรือบนภูเขา แว่นกันแดดที่มีกระจกเลนส์สีนี้จะช่วยให้มองเห็นโครงร่างต่างๆ ของวัตถุได้อย่างชัดเจน ในวันที่ท้องฟ้าขมุกขมัวมีหมอกจัด แว่นชนิดนี้ยังทำหน้าที่เสมือนไฟตัดหมอกของรถยนต์ช่วยให้ผู้สวมใส่มองเห็น ได้ชัดเจนขึ้น

เลนส์สีเหลืองหรือทอง เหมาะกับการใช้ในภูมิประเทศที่มีหิมะ ไม่เหมาะใส่ขณะขับรถ เพราะอาจทำให้การมองสีไฟจราจรผิดเพี้ยนไป

เลนส์ม่วงหรือสีกุหลาบ เหมาะกับใช้ในการเดินป่าล่าสัตว์หรือเล่นกีฬาทางน้ำ



เลือกเลนส์คุณภาพดี อาจจ่ายแพงหน่อย แต่แลกกับสุขภาพตาคู่สวย ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม





รู้ไหมว่า
รังสีอัลตร้าไวโอเลตทังสองชนิดนี้ต่างก็ทำลายนัยต์ตา UVB ดูดซึมที่แก้วตา ถ้ารับแสงจ้านานเกินควรอาจจะทะลุไปที่จอรับภาพได้ ส่วน UVA จะดูดซึมเข้าไปได้ลึกกว่า

 Credit by http://women.sanook.com/health/tips/tips_54697.php


edit @ 29 May 2009 19:21:15 by picop